Tips for Trip

Tips for Trip

แชร์

Photos from Tips for Trip's post 01/12/2020

Good Morning from Negombo!
ลืมตามาอีกทีคือเช้ามืดของวันใหม่ซะแล้ว
ใช่ค่ะ..นาฬิกาสมองของเดี๊ยนปลุกร่างกายขึ้นมาอัตโนมัติภายใต้ความมืดและเงียบสงัด นั่นก็เพราะเวลาที่เมืองไทยเร็วกว่าศรีลังกาถึง 1.5 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นข้อดีเพราะเดี๊ยนจะได้มีเวลาเช็คอีเมล์งานสักหน่อย และตรวจแพคกระเป๋าทั้งหมดก่อนออกเดินทาง ทริปนี้เราเปลี่ยนที่พักทุกคืนเลยค่ะ ระหว่างวันยังมีเข้าเยี่ยมชมโรงแรมที่พักต่างๆระหว่างทางอีกตามสไตล์ทริปของบริษัททัวร์ (Tour Operator) ที่เราเดินทางมาเพื่อเก็บข้อมูลและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าที่รักของเรา หากมีโอกาสคงจะได้ทำโพสต์แนะนำที่พัก แบ่งปันข้อมูลบ้างล่ะเน๊อะ 😊

วันนี้เป็นวันที่ 2 ในศรีลังกาแล้วค่ะ ขอสารภาพเลยว่าก็ยังไม่ค่อยคุ้นกัยคำทักทายภาษาถิ่นเลยจ้ะ เราเริ่มต้นกันด้วยอาหารเช้าที่ โรงแรมซึ่งเป็นแบบ international ที่เอนเอียงไปทางศรีลังกาและอินเดียนิดๆ เพราะมีหม้อข้าวหม้อแกงหน้าตาน่าสนใจเรียงรายอยู่เยอะเลย แต่เดี๊ยนขอแค่ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอก และกาแฟ ก็เริ่มต้นวันได้อย่างสวยงามแล้วค่ะสำหรับเช้านี้ กินง่าย อยู่ง่าย เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ 😊

ช่วงเช้าวันนี้เรามีโปรแกรมแวะชมโรงแรม 2 ที่เพื่อเก็บข้อมูลไว้ให้ทีมงานที่ออฟฟิศในทุกๆประเทศที่ออฟฟิศของบริษัทตั้งอยู่ นี่คือเรื่องปกติของคนทำงานในวงการท่องเที่ยวเมื่อต้องออกเดินทางไม่ว่าไปประเทศไหนเพื่อทำงาน แต่คุณเชื่อไหมคะ สิ่งนี้มันติดเข้าไปในในเส้นสองของเดี๊ยนเรีบนร้อยค่ะคุณ ไม่ว่าจะทริปทำงานหรือทริปไปเที่ยวก็ไม่พลาดเก็บข้อมูลที่พักมาด้วยทุกครั้ง 😁

เราเดินทางกันต่อโดยรถยนต์ และมีการแวะชมที่พักอีก 2 โรงแรมซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ทสร้างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยทั้ง 2 โรงแรมนี้อยู่ในเครือเดียวกัน ในภาษาคนทำงานในภาคการท่องเที่ยวเราจะเรียกโรงแรมแบบนี้ว่าเป็น Chain Hotels อาหารกลางวันวันนี้ทีมงานจัดให้ในรีสอร์ทแห่งนี้ค่ะ ห้องอาหารเป็นแบบเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ อาหารหลากหลาย มีส่วนปรุงร้อนสำหรับอาหารจำพวกสปาเกตตี้ พาสต้า และสเต็กด้วยค่ะ บรรยากาศสบายๆ ภายในบริเวณห้องอาหารนี้มีห้องเล็กๆติดแอร์อยู่ห้องนึงค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับนั่งรับประทานอาหารนะคะ แต่เค้าจัดไว้เป็น “ห้องแห่งความหวาน” จ้า เป็นห้องที่เต็มไปด้วยเค้ก ขนมหวาน ไอศครีมค่ะคุณขา เดี๊ยนเข้าไปแล้วแทบไม่อยากจะเดินออกมาเลยนอกจากความหวานแล้วก็ “ความเย็น” นี่ล่ะค่ะที่เดี๊ยนโหยหามากๆ
เรื่องของเรื่องคือชีวิตประจำวันของเดี๊ยนเนี่ยเป็นโรคคลั่งความเย็นมากถึงมากที่สุดจะว่าไปคนไทยหลายๆคนก็น่าจะติดที่จะอยู่ในห้องแอร์เกือบทั้งวันเหมือนๆเดี๊ยนนี่ล่ะ ว่ามั๊ยคะ ก็บ้านเราอากาศร้อนเกือบทั้งปีอ่ะนะ
แต่.....ชาวศรีลังกาเค้าเชื่อกันว่าการได้ใช้ชีวิตอยู่ในอุณหภูมิปกติของห้อง และการดื่มน้ำอุ่นๆ นั้นป็นสิ่งดีต่อสุขภาพมากๆ และพวกเค้าก็ปฏิบัติกันได้เคร่งครัดน่าทึ่งมากค่ะคุณๆ 👍

จากนั้นเราจะเดินทางต่อไปเยี่ยมชมหมู่บ้านนึงชื่อ ฮาบาราน่า (Habarana Village) หมู่บ้านในศรีลังกาส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตสักเท่าไหร่ คุณจะพบว่าผู้คนยังใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และฤดูกาลต่างๆได้อย่างไร โดยเฉพาะคุณจะได้สังเกตรูปแบบชีวิตประจำวันของชาวบ้านกิจกรรมในบ้านและกรอบทางวัฒนธรรม สำหรับคนไทยที่มีครอบครัวอยู่ในหมู่บ้านในต่างจังหวัด เดี๊ยนว่าคุณจะไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับบ้านดิน การเดินเข้าสวน หรือ นั่งแพพายประดิษฐ์ข้ามฝั่งไปหรือแม้กระทั่งนั่งออกไปกลางทะเลสาป แต่สิ่งที่คุณอาจจะสนใจคือของกินค่ะ วันที่คณะเราไปทางเจ้าบ้านได้เตรียมของว่างที่ทำจากมะพร้าวขูดปรุงรส ที่เค้าเรียกกันว่า Coconut Sambol พร้อมแผ่นแป้งคล้ายๆแผ่นแป้งนานไว้ให้ลองชิมค่ะ (Nan – แผ่นแป้งที่เราจิ้มจุ่มกินกับแกงอินเดียน่ะค่ะคุณ) สาวๆในคณะชิมกันเอร็ดอร่อยเพราะหลายๆคนมาจากประเทศที่ไม่ได้ใช้มะพร้าวในการปรุงอาหารกันเลย แต่สำหรับพวกเราๆต้องยอมรับว่าเมนูนี้ไม่ได้ดึงดูดใจเท่าไหร่ค่ะ
หลังจากบอกลาเจ้าบ้านกันแล้ว พวกเราก็กลับมาลงแพกันอีกรอบไปชมความงามกลางทะเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มนุษย์ขุดกันขึ้นมาค่ะคุณ น้องอูบอกว่าในวันที่อากาศดีๆ เราสามารถมองเห็น “ สิกิริยา ” ป้อมปราการและพระราชวังลอยฟ้าชื่อดัง ที่เราหลายๆคนหมายมั่นไว้ว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง เดี๊ยนพยักหน้าหงึกหงักไปตามเค้าว่าแต่ในใจลึกๆยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากขึ้นปีนไปหรือเปล่า 5555

เสร็จสิ้นจากโปรแกรมนี้เราก็ได้เกินทางต่อด้วยรถยนต์อีกประมาณ 45 นาทีเพื่อเข้าพักในโรงแรมในเมือง Dambulla กันค่ะ จุดพีคของวันนี้นอกจาก “ห้องแห่งความหวาน” ในห้องอาหารมื้อกลางวันแล้ว เราก้ได้มาเจออีกที่โรงแรมที่พวกเราเข้าพักค่ำคืนนี้ค่ะคุณ ที่นี่ไม่ได้มีแต่ห้องแห่งความหวาน เค้ายังมี “ห้องแห่งสลัดและชีส” ด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมก็ได้ความว่า เนื่องจากเมืองดัมลุลล่า แห่งนี้มีฝนตกน้อยมาก อากาศจึงค่อนช้างร้อนอบอ้าว จึงต้องจัดห้องแอร์สำหรับอาหารบางเมนู แต่สำหรับอาหารศรีลังกันหรืออาหารทางเอเซียไม่มีปัญหา เสิร์ฟในอุณภูมิห้องกันได้สบายๆเลยจ้า

วันนี้เรามีกิจกรรมพิเศษหลังจากมื้อค่ำก็คือการเซอร์ไพรซ์จัดเค้กและอวยพรวันเกิดให้แก่เอเจ้นท์สาวชาวออสซี่นางนึงนั่นเองค่ะ แต่กว่าจะได้เซอร์ไพรซ์ก็ต้องนัดแนะกันรอบโต๊ะ โดยเจ้าของวันเกิดต้องไม่รู้ เล่นเอาน้องอูวิ่งซะหลายรอบเมื่อต้องเปลี่ยนหมายกำหนดการกับนักดนตรี 😂🤣

และเช่นเคย เดี๋ยวจะบรรยายใต้รูปภาพเพิ่มเติมข้อมูลให้ค่ะ หลังจากนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันต่อใรศรีลังกา โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ 😉😉

Tip: วันนี้มีทิปที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มีความสำคัญมากเมื่อเราเดินทางเข้าที่พัก นั่นคือการใช้บริการส่งกระเป๋าถึงห้องนั่นเอง
คืนนี้เมื่อเราไปถึงโรงแรม น้องอูก็ขอพาสปอร์ตเราและชวนไปทำการเช็คอินห้องพักให้ชาวคณะ หลังจากได้รับกุญแจห้องแล้ว พวกเราจะต้องบอกหมายเลขห้องให้กับเจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋า ที่จะเตือนคือ ถ้าหากว่ามีคนกำลังเช็คอิน หรือเช็คเอ้าท์อยู่หลายคนในบริเวณล้อบบี้ เดี๊ยนขอเตือนนิดนึงนะคะว่าให้เราตรวจสอบให้แน่ใจอีกทีว่าหมายเลขห้องเราได้ถูกบันทึกอย่างถูกต้องบนกระเป๋าของเราเรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่นเดี๊ยนเองในคืนนี้กระเป๋าถูกส่งไปผิดห้องจนทำให้พี่ไกด์นา และน้องอูเกือบกินข้าวไม่ลงเพราะเกรงว่ากระเป๋าจะถูกส่งไปผิดกรุ๊ปซึ่งในจำนวนนั้นดันมีกรุ๊ปที่กำลังจะไปสนามบินด้วยน่ะสิ 😅😅
แต่สุดท้ายน้องอูก็พบว่ากระเป๋าถูกส่งไปห้องหมายเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งเจ้าของห้องก็อยู่ในกรุ๊ปเราเอง แต่ด้วยความที่ 2 สาวห้องนั้นเพิ่งได้แชร์ห้องกันคืนแรกจึงไม่รู้ว่าใครมีกระเป๋าใบไหนกันบ้าง จึงไม่ได้ทักท้วง เจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋า ซึ่งผู้จัดการโรงแรมได้มาขอโทษเดี๊ยนเป็นการใหญ่และได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋ามารอขอโทษด้วย

Photos from Tips for Trip's post 25/11/2020

Ayubowan ค่า
พอเดาได้แล้วมั๊ยคะคุณว่าเดี๊ยนจะพาไปเที่ยวในประเทศไหนกัน….
ทริปนี้เดี๊ยนจะพาไปรู้จักดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวเก๋ๆ ของประเทศ “ศรีลังกา” กันค่ะคุณ
อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งปิด หรือข้ามไปนะจ๊ะ บอกเลยว่ายิ่งวันท้ายๆของทริปยิ่งแซ่บ!!

ในรูปมีคำบรรยายเพื่อเพิ่มอรรถรสในการท่องไปในโลกตัวหนังสือด้วยค่ะ เชิญทัศนา....

และ.....ตามชื่อเพจ เรามีอะไรดีๆมาเตือนเพื่อให้คุณมีทริปที่เจ๋งกว่าของเราแน่นอนจ้า

อย่างที่เกริ่นไปในโพสต์ที่แล้วว่าก่อนหน้าที่จะได้เดินทางทริปนี้ เดี๊ยนยังไม่ (เคย) มี “ศรีลังกา” ใน wish list เลยอ่ะค่ะตุณ ฉะนั้นข้อมูลที่มีเกี่ยวกับศรีลังกาก็ต้องเรียกว่า “ห่างอึ่ง” มากกกกก แต่...คุณค่ะ! สุดท้ายแล้วเดี๊ยนดันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ดีๆเยอะเลย รวมทั้งได้รู้ว่าศรีลังกาและบ้านเรามีจุดเชื่อมโยงอยู่หลายจุดทีเดียว ทั้งในส่วนของพุทธศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม เป็นต้น มาค่ะมา ตามเดี๊ยนมาค่ะ แล้วคุณจะได้เห็นว่าประเทศที่เค้าบอกว่าตัวเองคือ Wonder of Asia มีดีอะไรบ้าง 😁

ทริปนี้เดี๊ยนเดินทางด้วยสายการบิน Sri Lankan Airlines เลือกเที่ยวบินเช้าสุดเลยค่ะคุณเพราะทริปนี้เดี๊ยนมีหน้าที่ดูแลคณะเดินทางของตัวแทนบริษัทจากหลายๆประเทศในฐานะที่บริษัทที่เดี๊ยนทำงานด้วยเป็นเจ้าภาพร่วมค่ะ
หลังจากเครื่องบินลงจอด เดี๊ยนซึ่งได้ยื่นขอวีซ่าออนไลน์มาเรียบร้อยแล้วขั้นตอนจึงง่ายมากในการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

ศรีลังกาเป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆในมหาสมุทรอินเดีย มีพรมแดนทางทะเลติดต่อกับอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมัลดีฟส์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นับถือศาสนาพุทธ มีภาษาเป็นของตนเอง ทั้งรูปและเสียง ชาวศรีลังกามีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคนไทยทางภาคใต้มาก มากแบบมากๆเลยอ่ะค่ะคู๊ณ ซึ่งก็คาดว่าจะสืบเนื่องจากการเดินทางเข้ามาของกลุ่มคนผู้เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาเมื่อหลายศตวรรษมาแล้ว เดี๊ยนก็มีเชื้อสายทางใต้ค่ะ จะว่าไปพ่อของเดี๊ยนก็มีหน้าตาละม้ายไปทางศรีลังกาเช่นกัน ยอมรับเลยว่าหน้าตาเดี๊ยนเข้าพวกมากอ่ะพี่น้องเอ้ออ หรอยแรงส์!! 😆

ภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้านั้นเรียบง่าย จนถึงผ่านการตรวจคนเข้าเมือง หากใครเดินทางมาศรีลังกาครั้งแรก อย่าได้ตกใจเหมือนเดี๊ยนถ้าจะเห็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายในร้านขายของปลอดภาษีนะคะ เดี๊ยนเดินทางผ่านมาหลายสนามบินพอสมควร แต่สนามบินที่นี่เล่นเองอึ้งค่ะ เค้ามีเครื่องซักผ้า มีตู้เย็นขายด้วยค่ะคุณ เดี๊ยนถึงกับคิดไปว่า เอ๊ะ นี่เราเดินออกผิดช่องทางจนเผลอออกนอกโซนรับกระเป๋ามามั๊ยวะเนี่ย ฮร่า..
แต่...ไม่ค่ะ เดี๊ยนมาถูกทางแล้ว....คุณๆเค้าขายเครื่องซักผ้ากันในนี้จริงๆค่ะ ภายหลังไกด์ท้องถิ่นได้เล่าให้ฟังภายหลังว่าสืบเนื่องจากสมัยก่อนเมื่อชาวศรีลังกามักออกไปทำงานในต่างประเทศ แล้วเวลากลับบ้านมา ก็จะมีเงินเก็บสะสมกลับมาด้วย และ (ส่วนใหญ่) อยากจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไปใช้ที่บ้าน และเครื่องซักผ้า ตู้เย็น อะไรเทือกนี้ก็นับเป็นของใช้ราคาแพง การนำมาขายในสนามบินจะมีราคาถูกกว่าที่ขายกันอยู่ในเมืองเพราะอัตราภาษีที่แตกต่าง จึงทำให้มีคนนิยมซื้อมากมายจนจนมีวางขายหลากหลายยี่ห้อจนกระทั่งทุกวันนี้

ทริปนี้เรามีไกด์ท้องถิ่นมืออาชีพที่สะสมประสบประการณ์มานานนับ 10 ปี เราจะเรียกพี่ไกด์นา และน้องอู หนุ่มศรีลังกันซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเดี๊ยนอยู่ที่ออฟฟิศในโคลอมโบมาคอยดูแลชาวคณะทั้ง 11 สาวจากที่ต่างๆ เพราะฉะนั้นทุกอย่างทุกข้อมูลเป๊ะมากระดับ 5 ดาวค่ะคุณ และเดี๊ยนต้องยอมรับตรงนี้เลยว่าเดี๊ยน.....คือสาวไทยที่สวยที่สุดในกรุ๊ปค่ะ!! เพราะทั้งกรุ๊ปมีคนไทยคนเดียว 😂😂

พี่ไกด์นา และน้องอูพาเดี๊ยนเดินทางเข้าที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรม ระดับ 4 ดาวตั้งอยู่ริมทะเลในเมืองเนงอมโบ (Negombo) เดี๊ยนทานอาหารมื้อแรกในศรีลังกาที่ รร นี้ค่ะ อร่อยใช้ได้อยู่นะคะ กลิ่น รส ไม่แรง นัยว่าจะปรุงรสนี้เพื่อนักท่องเที่ยวค่ะ ราคาถือไม่แพงหากเปรียบว่าเป็นการทานในโรงแรมชายทะเลระดับ 4 ดาว ทริปนี้เดี๊ยนก็ได้เงินติดกระเป๋ามาจากออฟฟิศด้วยค่ะ ซึ่งถือเป็นเงินค่าใช้จ่ายที่เราจะได้รับมาบริหารจัดการเองเมื่อต้องออกทริปเป็นตัวแทนบริษัทค่ะ

เมืองเนงอมโบ (Negombo) เป็นเมืองชายทะเลที่ไม่ไกลจากโคลอมโบเท่าไหร่ หากจะเปรียบก็น่าจะประมาณ กรุงเทพ – พัทยานะคะ เนงอมโบเป็นเมืองชายทะเลก็คล้ายๆกับพัทยาค่ะ มีร้านอาหาร และบาร์ เยอะแยะมากมาย นับเป็นสีสัน และไนท์ไลฟ์ที่วัยรุ่นจากเมืองหลวงมักจะมาเอนจอยหรือสังสรรค์กัน เพราะอยู่ห่างจากโคลอมโบประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆเท่านั้นเอง เสียดายที่เราไม่มีเวลาไปท่องราตรีกันเลยเพราะวันนี้กว่าจะจบมื้อค่ำก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว ละ หนุ่มๆ ก็ยังต้องไปรับอีก 2 สาวจากออสเตรเลียที่จะมาเดินทางพร้อมๆกับพวกเราด้วยจ้า

วันแรกในศรีลังกาจบลงที่ welcome dinner ที่ห้องอาหารของโรงแรมนั่นเอง อาหารก็เป็นสไตล์บุฟเฟต์ มีหลากหลายเมนู ทั้ง บาร์บีคิว กะทะร้อน และอื่นอีกมากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นรสชาติศรีลังกานั่นแหละ แหะๆ
จำได้ลางๆว่าค่ำคืนแรกในศรีลังกาของเดี๊ยนตัดฉึบไปหลังจากอ่านข้อความของน้องอูว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจะรอรับเอเจ้นท์ชุดสุดท้ายเอง ราตรีสวัสดิ์”

Tips
โซนผู้โดยสารขาออกด้านในของสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่มีเครื่องกดเงินสด (ATM) สำหรับกดเงินไทยไว้บริการ เราควรเตรียมเงินสดไวเในกรณีที่ต้องการซื้อน้ำดื่มหรือขนมเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่สะดวกในการจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือเงินต่างประเทศ เดี๊ยนเคยพลาดจุดนี้มาแล้วฮ่ะ คอแห้งแทบแย่กว่าจะได้ดื่มน้ำบนเครื่อง เพราะไม่กล้าดื่มน้ำจากเครื่องจ่ายน้ำดื่มสาธารณะ 😅😅😅

จบวันแรกของการเดินทางแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า เราจะพาไปเที่ยวกันแล้ว.....🥳🥳

22/10/2020

ยังจำได้.....ลืมไม่ลง
เกือบจะได้โดดหอ (คอย) กลางเมืองบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปนซะแล้ว 😆😆

มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลานเลยนะจ๊ะ ว่าถ้าจะเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวไหน เผื่อเวลาไว้หน่อยด้วย อย่าไปอยู่จนชั่วโมงสุดท้ายแบบเดี๊ยน
ไอ้เราก็หวังอยากจะได้ถ่ายรูปกับแสงสุดท้ายของวันแบบสวยๆ แบบสีทองอร่ามฉาบลงบนร่าง ก็เลยนั่งเล่นอยู่ในโฮสเทลจนเกือบทุ่มนึงถึงจะเดินออกมาชมเมือง ด้วยความที่สเปนดินเนอร์กันสายมากกกก เราจึงวางแผนว่าจะขึ้นไปถ่ายรูปบนหอคอย Torre de Quart ก่อนแล้วค่อยเดินไปหาข้าวผัดสเปนเมนูชื่อดังของเมืองกินเป็นมื้อค่ำ นั่นแหละค่ะคุณผู้ชม เหตุการณ์ที่น่าระทึกจึงบังเกิด....

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากคนเพียง 1 คน แต่ดันเป็นคนสำคัญ ก็อีตาคนที่เฝ้าเปิด-ปิดหอคอยคนนั้นทีเดียว
ตอนเปิดเดี๊ยนก็ไม่รู้ว่านางเปิดตรงเวลาไหม แต่ตอนปิด ดันปิดก่อนเวลาเกือบ 30 นาที โดยการปิดนี้คือล๊อคกุญแจประตูขนาดใหญ่ยักษ์ที่ด้านล่าง ประตูนี้สูงใหญ่ประหนึ่งประตูเมือง แกคงไม่รู้ว่าแกได้ขังนักท่องเที่ยวชาวสเปนและต่างชาติไว้ภายในหอคอยเกือบ 20 ชีวิต เพราะทั้งหมดชมวิวอยู่บนชั้น 3 และ 4

โชคยังดีที่ไม่ได้มีแต่ชาวเรา (ไทย) แต่ยังมีชาวเขา (สเปน) ด้วยไม่งั้นอาจจะถูกขังลืมไว้ยันเช้า (มั๊ยนะ?)

คุณคะ เดี๊ยนขอให้ดูภาพปลากรอบ เอ้ย ประกอบก่อน จะเห็นว่าหอคอยด้านล่างมีลักษณะล้อมรอบด้วยลูกกรงสูงสีดำ มองจากภายนอกจึงเห็นชัดว่าพวกเดี๊ยนถูกขังไว้ในกรงตรงกลางเมือง ชาวบ้านที่อยู่อาศัยบนแฟลตโดยรอบต่างชี้ชวนพากันดู ไม่ต่างจากคนเดินถนน และผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนรอบๆหอคอย
พวกเราติดอยู่ในนั้นกันตั้งแต่ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งค่ะคู๊ณ ซึ่งเวลานั้นในหน้าร้อนฟ้ายังกระจ่างใส ยังมองเห็นหน้าค่าตาผู้คนผ่านไปมาชัดเจน มีบางคนเดินผ่านเข้ามาคุยกับคนสเปนหนึ่งในผู้ร่วมชะตากรรม แล้วกระทาชายนายนี้คงขอให้ช่วยส่งข่าวบอกตำรวจให้หน่อย เพราะไม่นานตำรวจมาค่ะ หล่อ ล่ำ แบบคัดไซส์ เดินเค้ามาตรวจเช็กประตู แต่แล้วข่าวไม่สู้ดีก็แว่วเข้าหูเดี๊ยนมาว่า

"ยังติดต่อคนเฝ้าประตูไม่ได้ และอาจไม่มีกุญแจสำรอง" คือ.....กุญแจน่าจะอยู่ที่นางคนเดียว!

แต่..แต่..ตอนนั้นยังสว่างไสว เดี๊ยนก็เพลิดเพลิน ถ่ายรูปเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ นานจนพระอาทิตย์จะเลิกงาน และ พระจันทร์มารอเข้ากะแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะได้กุญแจ เดี๊ยนมองลงไปที่ประตู ตำรวจมาอีกหน่วยจ้ะ (ตำรวจสเปนมี 3-4 หน่วยงานนะจ๊ะ คัดลุคส์ คัดไซส์ มาอย่างดีเท่าเทียมกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง) หน่วยนี้มาพร้อมกับการขอดูพาสปอร์ต เผื่อกรณีจะต้องติดต่อสถานทูต
ทางเราเลยต้องเดินสวยๆเข้าไปโชว์สารร่าง วัน บาย วัน แล้วกลับมานั่งรองเพลงรอต่อไป

ค่ะ เดี๊ยนยอมรับละค่ะว่าเริ่มหวั่นใจ
'ชะรอยเราจะต้องค้างอ้างแรมในหอคอยนี้ฤๅ' 🥺

จากนั้นค่ะคุณ หูเดี๊ยนก็พลันได้ยินเสียงหวอรถดับเพลิง
'คุณพระ!! อย่าบอกนะว่าดันเกิดเพลิงไหม้ซ้ำซ้อนในหอคอยอีก' 😰

แต่ยังไม่ทันได้มองหาต้นเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงร่างกำยำก็วิ่งกรูมาที่ประตูรั้วหอคอย 4-5 นาย
เดี๊ยนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นตอนที่นั่งมอง เจ้าหน้าที่ (หรือนายแบบกันแน่) เหล่านั้นไต่ประตูหอคอยแล้วข้ามเข้ามาภายใน ไม่ทันได้ตะลึงนานนัก พวกนางก็พาร่างฟิตๆกับหน้าหล่อๆวิ่งผ่านพวกเราไปในระยะเผาขน เราๆก็ได้แต่มองตามไป เห็นนางปรึกษาอะไรกันบางอย่างแล้ววิ่งลงไปที่หน้าประตู ก่อนเรียกตัวแทนของแต่ละกลุ่มไปพูดคุย สรุปได้ว่า

ตำรวจ: ทางเรากำลังพยายามติดต่อ จนท ดูแลหอคอยเพื่อนำกุญแจมาเปิดประตู แต่หากตามตัวมาไม่ได้จริงๆ เราจำเป็นต้องให้ทุกคนออกจากหอคอยนี้ทางระเบียงชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาตรวจดูแล้ว และนั่นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

พวกเรา: ว้อท!!! 😲😲😲😲😲

เดี๊ยน: (กระซิบกับเพื่อน) มันจะเป็นไปได้ยังไงฟร่ะ ทำไมตามตัวไม่ได้ อีลุงปิดประตูเสร็จแล้วนางบินไปวาเคชั่นที่ต่างประเทศพร้อมกุญแจหอคอยรึไง?? 🤬

พวกเรา: คาดคะเนจากสายตา ระเบียงชั้น 2 ของหอคอยนี่มันเท่ากับตึก 4 ชั้นเลยนะ 😱😱

เดี๊ยน: แล้วเราจะลงยังไงกัน
เพื่อน: พวกดับเพลิงคงพาลงแหละ ให้กระโดดมั้ง
เดี๊ยน: เราเลือกดับเพลิงได้มะ ว่าอยากลงกะคนไหน
เพื่อน: 🤬🤬🤬🤬🤬 + มองแรงงงงส์
เดี๊ยน: 🤐🙏

ในระหว่างรอต่ออีก 30-45 นาที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังวิ่งขึ้นลงผ่านเดี๊ยนขึ้นลงในระยะเผาขนอีกประมาณ 3-4 รอบ ประหนึ่งให้เดี๊ยนได้แอบลงคะแนนเลือกคู่ไว้ในใจ 🤤

แต่.....พระอาทิตย์ลากลับบ้านไปนอนแล้ว ความกลัวเริ่มมาเกาะกุมหัวใจสาวไทยตัวน้อยๆ ตัวเองก็เพิ่งจะถอดเฝือกจากขาหักเมื่อ 2 เดือนก่อน จะมาซ้ำรอยที่นี่รึเปล่านะ

หลังจากรอไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ เดี๊ยนเห็นมีรถขับเข้ามาจอดแล้วส่งอะไรบางอย่างให้ตำรวจ มันคือกุญแจ! แต่.... มันไขไม่ได้อ่า ดอกกุญแจมันเล็กเกินไป 😓
ร้องห้ายยยย 😭😭

สากกพ๊ากก (นากกว่าสักพักโขอยู่)..ก็มีรถขับเข้ามาจอดอีกคัน ตำรวจวิ่งไปรับของจากคนขับแล้วกลับมาที่ประตู ทุกคนในหอคอยมายืนรวมตัวกันหน้าประตูเหมือนรอคอยอิสรภาพ ตำรวจหนุ่มไขกุญแจแต่ละดอกในพวงนั้นไปเรื่อยๆ จนจนถึงกุญแจดอกสุดท้าย.....
เดี๊ยนจำลักษณะกุญแจดอกนั้นได้แม่นยำ มันเป็นกุญแจดอกใหญ่มาก มีสนิมเกาะด้วย ในใจคิดว่า..จะใช่เหรอ ทำไมมันดูเก่าจัง ทุกคนเงียบกริบ ได้ยินเพียงเสียงหายใจคุณตำรวจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดัง
"กริ๊ก"
แล้วก็ "เย้!!!!!!"
บางคนหันไปกอดกัน แต่พวกเราชาวไทยรีบก้าวออกจากประตู ไม่ลืมหันไปกล่าวขอบคุณคุณตำรวจสุดหล่อ.....(แต่ไม่กล้าร่ำลาแบบสเปน 😁)
ก้มดูนาฬิกาเป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าแล้ว หิวชะมัด ท้องร้องขึ้นมาทันที ดีนะที่คนสเปนดินเนอร์กันดึก เราเดินต่อไปยังจตุรัส ที่นั่นคนยังเนืองแน่น นั่งกินอาหารค่ำกันสบายอุรา มีบางคนมองมาที่พวกเราแล้วโบกมือให้ แทนคำถามว่า
'อ้าว ออกมากันได้แล้วเหรอพวกเธอ' 😆😆
และในค่ำคืนนั้นเอง เราก็ได้รู้ว่าเหตุการณ์ติดหอคอยของพวกเราได้เป็นสกู๊ปข่าวด่วนของสเปนด้วยเพื่อนชาวสเปนส่งมาให้ดู เสียดายไม่ได้เก็บลิงค์ข่าวนั้นไว้หลังจากที่เปิดดูเสร็จ นั่นก็เพราะเห็นภาพตัวเองยืนเกาะลูกกรงชัดเจนตอนลุ้นคุณตำรวจไขกุญแจอย่างใจจดใจจ่อ แล้วไม่อยากให้ใครได้เห็นภาพข่าวนั้นอีกเลย ฮร่าาา

ปล. เล่ายาวอีกแล้ว
ใครอ่านจบ เดี๊ยนขอให้....นอนหลับฝันดีแล้วกันนะ
รักจัง ♥️

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok