P Square PR
01/09/2018
29/08/2018
อะไรคือ silent salesman !!!
เคยสงสัยกันรึป่าวคะ ว่าทุกครั้งที่เราซื้อของเป็นเพราะว่ามันจำเป็นหรือเป็นเพราะเเค่เราอยากซื้อ เราใช้เหตุผล (Rational) หรืออารมณ์ (Emotional) มากกว่ากัน เเล้วอะไรกันล่ะที่เป็นปัจจัยสำคัญให้เราใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการซื้อสินค้า วันนี้ +พีสแควร์เลดี้+ จะพาทุกท่านมารู้จักกับ Silent Salesman ที่มีผลต่อ Decision Making ของเรากันค่ะ
เจ้าพนักงานขายไร้เสียง หรือ Silent Salesman ที่ว่าก็คือ “บรรจุภัณฑ์” นั่นเอง เเละสาเหตุที่หีบห่อสินค้าเปรียบเสมือนเป็นพนักงานขายไร้เสียงก็เพราะว่านอกจากมันจะทำหน้าที่ในการเก็บรักษาเเละบรรจุสินค้าเเล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทในการสื่อสารทางการตลาดอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆว่าเป็น Tool of the Trade นั่นเอง
บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่สำคัญในการทำให้เกิด Consumer Appeal คือ การดึงดูดใจลูกค้า ให้เลือกสินค้าของเเบรนด์เเทนที่จะเลือกของคู่เเข่ง ทำให้เกิดอารมณ์เเละความรู้สึกมากกว่าเหตุผล อีกทั้งยังทำหน้าที่ Remind ผู้บริโภคให้จดจำสินค้าของเเบรนด์ได้อีกด้วย ซึ่งหากแบรนด์สามารถสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้สะดุดตาผู้บริโภค และสามารถ Utilize บรรจุภัณฑ์ของเเบรนด์ เเบรนด์ก็จะสามารถใช้ Silent Salesman เป็นหนึ่งในเครื่องมือการสื่อสารการตลาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งวิธีการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับสินค้าของเเบรนด์
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆได้อีกมากมายที่เพจ : P Square PR💚
27/08/2018
Persona คืออะไร สำคัญไฉน ทำไมต้องรู้!
ในยุคปัจจุบันการเเบ่งส่วนเเบ่งทางการตลาด (Segmentation) แบบการเลือกกลุ่มเป้าหมายเพียงการดูจากข้อมูลทางประชากรศาสตร์ (Demographic), ภูมิศาสตร์ (Geographic), จิตวิทยา (Psychological) เเละพฤติกรรม (Behavioral) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจุบันนักการตลาดอาศัยการมองผู้บริโภคเป็นตัวบุคคล ที่มีชีวิตจิตใจ มองเห็นถึงปัญหาเเละเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจถึง Insight ของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการทำ Persona
เเล้ว Persona คืออะไร ?
Persona คือ การหาคนที่ตรงสเปกกับธุรกิจ เพื่อคิดกลยุทธ์ทางการสื่อสารทางการตลาด โดยหาวิธีการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกกลุ่ม (Segment) โดยมองหา
- Who = ตัวตนของคนๆนั้น
- What = ผู้บริโภคสนใจอะไร/กำลังมีปัญหาอะไร
- Why = มองหา Insight
- How = จะเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร
ซึ่งจะนำไปสู่ Marketing Message ที่จะส่งออกไป เเต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้เราต้องเริ่มต้นด้วยการเข้าใจธุรกิจของเราก่อน รู้จักจุดยืน (Positioning) ของตัวเอง เเละ รู้คุณค่าที่ธุรกิจของเราสามารถส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมาย (Value Propositioning) ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ดูว่า เราสามารถเอา Value ตรงนี้เข้าหากลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหนได้บ้าง
อาจค้นหาผ่านการทำ Research / ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ ผ่านการตั้งคำถาม เช่น
- ทำไมลูกค้าถึงซื้อสินค้าของคู่เเข่ง / ทำไมลูกค้าถึงซื้อสินค้าของเรา
- อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ
- ลูกค้ากลุ่มหลักที่ซื้อสินค้าเเละบริการของธุรกิจคุณเป็นคนกลุ่มไหน
- ลูกค้ากำลังประสบปัญหาอะไรอยู่ เพื่อที่สินค้าเเละบริการของคุณจะสามารถเข้าไปช่วยเเก้ปัญหาได้
การตั้งคำถามจะทำให้เรามองเห็นจุดขายของตนเองในมุมมองของลูกค้า เเละสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดในการทำ Content Strategy รวมไปถึงการเลือกใช้สื่อ/Channels ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจทำให้รู้ Touch Point ต่างๆของลูกค้า เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อขายให้มากขึ้น อันเป็นผลดีต่อธุรกิจ หาก Touch Point นั้นเป็นจุดที่สินค้าเเละผู้บริโภคมาเจอกันอย่างเเท้จริง
ส่วนประกอบคร่าวๆของ Personna
- ชื่อ
- อาชีพ
- ที่ทำงาน
- บทบาทหน้าที่ / สถานะภาพทางสังคม
- ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ : อายุ / เพศ / เงินเดือน / ที่อยู่ / การศึกษา / ครอบครัว
- เป้าหมาย/สิ่งท้าทาย
- ค่านิยม / ความกลัว
CR : รูปจาก blog.bufferapp.com
23/08/2018
การตลาดตายแล้ว! ต่อไปนี้นักการตลาด ต้องปั้น “สาวก” ให้แบรนด์ | Brand Buffet เหล่าครีเอทีฟที่รู้สึกเกลียดการตลาด แต่ชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ๆ เขียน พูด หรือการให....
22/08/2018
Music Marketing เสียงดนตรีที่ช่วยส่งเสริมเเบรนด์🥁👩🏼🎤
เมื่ออินเตอร์เน็ตเเละโซเชียลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค วงการบันเทิงก็ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เเต่วันนี้เราจะมาพูดถึงตลาดเพลง ทุกวันนี้ผู้บริโภคซื้อซีดีเพลง หรือโหลดเพลงถูกลิขสิทธ์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อพวกเขาต้องการที่จะฟังเพลงพวกเขาก็สามารถเข้ายูทูปหรือโหลดมาฟังในเเอปพลิเคชั่นต่างๆ เเละเมื่อรายได้จากการขายซีดีเพลงเเละการโหลดเพลงเเบบถูกลิขสิทธ์ลดลง วงการเพลงจะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ตามทันพฤติกรรมของผู้บริโภคเเละสามารถสร้างผลกำไรได้ในยุค4.0 ?🎵
เสียงเพลงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้กับเเบรนด์ ซึ่งเรียกว่า Music Marketing และเหตุผลที่เเบรนด์หรือธุรกิจต่างๆหันมาพึ่งการตลาดดนตรี เพราะมันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เเละทำให้เเบรนด์สามารถนำเสนอภาพลักษณ์ที่หลากหลายมิติมากขึ้นไปสู่สายตาของผู้บริโภค ดนตรีถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา เพราะเสียงดนตรีทำให้เกิดความรู้สึก เเละความรู้สึกทำให้เเบรนด์มีชีวิต จับต้องได้มากขึ้น เเละที่สำคัญคือสามารถอยู่ในระบบความจำของผู้บริโภคได้ยาวนานมากขึ้น ซึ่งการอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่มีการเเข่งขันสูง เเบรนด์ต่างๆต่างเเย่งชิงกันเพื่อเป็นที่จดจำในใจของผู้บริโภค Music Marketing จึงมีอิทธิพลอย่างมากในชีวิตปัจจุบัน
ตัวอย่างของ Music Marketing ที่เราเห็นได้ในชีวิตประจำวันก็คือ การสร้าง Jingle ในโฆษณาหรือเเม้เเต่การ Tie-In สินค้าให้เข้าไปอยู่ใน MV ก็ถือเป็น Music Marketing จะเห็นได้ว่าการตลาดดนตรีสามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากเเค่ไหน ดังนั้น Music Marketing ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเเบรนด์ที่ต้องการสร้างความเเตกต่างเเละเข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าเเละบริการ
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆได้อีกมากมายที่เพจ : P Square PR💚
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10330