TCtriathlon
21/06/2026
19/06/2026
Athletes Mental Health
โพสต์นี้ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ล้วนๆ ไม่มีอะไรมาจากตำราเลยนะครับ ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อะไรไหม แต่อยากลองเอามาแชร์ให้พี่น้องผองเพื่อนนักกีฬามือเก๋า มือใหม่อ่าน
ปัจจุบันทีม Champion Crew ซึ่งเป็นทีมของพี่ชายแท้ๆของผม จะมีการจัดพูดคุยผ่าน Zoom กันเป็นประจำทุกเดือนเกี่ยวกับจิตวิทยาการกีฬา โดยมีพี่เก่ง TC Tanakorn ซึ่งเป็น Sport and Exercise Psychologist in Training (SEPiT) และพี่ชายผม IRONMAN SUB9 คุณพ่อนักไตร เป็น Host ซึ่งหัวข้อประจำเดือน June คือ Athletes Mental Health
ระหว่างทางขับรถกลับบ้านผมก็นั่งฟังไปเพลินๆ จนกระทั่งถึงช่วงท้ายที่มีการให้ถาม-ตอบ มีพี่คนนึงในทีมถามมาสองคำถาม ซึ่งตอนฟังก็แอบอยากแชร์มุมมองของตัวเองไป แต่ติดตรงกำลังขับรถอยู่ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เลยคิดว่าอยากจะเอามาเขียนดู คิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์
คำถามมีอยู่ว่า:
1.มีวิธีแยกแยะความรู้สึกได้ยังไงว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกเป็นเพียงความตื่นเต้นก่อนแข่ง หรือเป็นความกังวลและกลัว (ว่าจะทำได้ไม่ดีเหมือนที่ซ้อม) ยิ่งใกล้สัปดาห์แข่ง ไปจนถึงวันก่อนแข่งและคืนก่อนแข่ง?
2.ช่วยแนะนำแนวคิดในวันที่แข่ง ก่อนเริ่มการแข่งขัน ระหว่าง
A) เตรียมใจยอมรับทุกผลลัพธ์ ถึงแม้ว่าจะทำไม่ได้ตามที่คาดหวัง หรือ
B) pump up ตัวเองว่านี่คือวันที่เรารอมา และต้องจัดเต็ม ทำให้ได้ดีที่สุด
จากใจคนที่เคยเป็นนักกีฬาทุกระยะมาแล้ว เพราะตอนเด็กติดเยาวชนทีมชาติว่ายน้ำตอนอายุ 13 เพราะฟรี 1500 เมตร ซึ่งเป็นระยะยาวสุดในการแข่งขันว่ายน้ำในสระ แล้วก็ตอน 14 ก็เลิกว่ายน้ำเพราะท่าฟรี 1500 เช่นกันเพราะแข่งแล้วโดนคนอื่นน็อครอบ จนทำใจไม่ได้ เสียใจ ผิดหวัง ยอมแพ้
หลังจากเลิกไปสักพักใหญ่ๆ กลับมาติดทีมชาติชุดใหญ่ เพราะระยะ Sprinter ฟรี 50, 100, 200 หลังเลิกเป็นนักกีฬาไปเกือบๆสิบปี อยู่ดีๆ ไปแข่งกีฬาที่ใช้ระยะเวลาแทบจะนานที่สุดเท่าที่มีในโลกนี้มีอย่างไตรกีฬาระยะ Ironman เลยคิดว่าเข้าใจความตื่นเต้น ความกดดัน ความคาดหวัง ความกังวล ความผิดหวังเป็นอย่างดี
ซึ่งก่อนที่ผมจะตอบคำถามสองข้อนั้น จากใจตอนฟังสดตอนได้ยินคำถามนี้คือ Sprinter แม่งตื่นเต้นและกดดันกว่าเยอะ!!!!!!
อันนี้ย้ำก่อนว่า ความเห็นส่วนตัว เพราะอะไรใช่ไหมครับ เพราะมันสั้นไง ยิ่งนึกถึงรอบ Final ของฟรี 50 แข่งซีเกมส์ ไม่รู้ยุคนี้เป็นอยู่ไหม แต่ยุคผมกับยุคก่อนผมเป็นเหมือนกันคือ แม่งจิตวิทยากันตั้งแต่ในห้องรายงานตัว ตะโกนแหกปากใส่กันบ้าง ยืนจ้องตากันบ้าง ทุบหน้าอกบ้าง ใครจิตไม่แข็งเยี่ยวราดแน่ๆ ซึ่งแข่งจริงไม่มีโอกาสอะไรให้ผิดพลาดเลย
หลายๆคนคงเคยเห็นคำพูดดังของสุดยอดนักวิ่งระยะ sprinter ตลอดกาลของโลกใบนี้อย่าง Usain Bolt ว่า "I trained 4 years to run 9 seconds. Some people don't see results in 2 months and give up." (ผมฝึกซ้อมมา 4 ปี เพื่อที่จะวิ่งในเวลาแค่ 9 วินาที
แต่บางคนพอไม่เห็นผลลัพธ์ภายใน 2 เดือน ก็ยอมแพ้และถอดใจไป) เช่นเดียวกันกับผมที่แข่งฟรี 50 ซ้อมเป็นปีสองปี เพื่อแข่ง 20 วิต้นๆ แล้วส่วนมากคือเวลาไม่ได้ดีขึ้นเลย มันก็แอบน่าผิดหวังเนอะ
กลับกันตอนผมแข่ง Ironman ถามว่าตื่นเต้นเหมือนกันไหม ตื่นเต้นนะ กดดันไหมคงไม่ได้กดดันอะไร แต่คงเทียบกันไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ใน Position เดิมที่เล่นกีฬาเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อเป็นเลิศอีกแล้ว แต่สิ่งนึงที่แตกต่างคือ ยิ่งระยะยาวยิ่งมีเวลาให้คิดเยอะ ทำอะไรพลาดไปยังพอกลับมาแก้ไขได้ มีเวลาให้ดึงสติมากกว่า
ทีนี้กลับมาสู่คำตอบของคำถามแรก คำตอบของผมคือ เราต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละคำคืออะไร สำหรับผมซึ่งไม่รู้ถูกไหม ถ้ามีผู้รู้ผ่านมาเห็นได้โปรดชี้แจงครับ :
ความตื่นเต้น (Excitement): จิตใจหรือสมองไม่รู้แหละ ตีความว่านี่คือ "โอกาส" (Opportunity) โฟกัสจะอยู่ที่ความท้าทาย รู้สึกว่าร่างกายพร้อมที่จะปลดปล่อยสิ่งที่ซ้อมมา อยากทำออกมาให้ดีๆ
ความกังวล (Anxiety/Fear): จิตใจหรือสมองอาจจะไปโฟกัสใน "สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้" หรือจินตนาการถึงผลลัพธ์เชิงลบ เช่น กลัวแพ้ กลัวหมดแรง กลัวทำไม่ได้ตามเป้า กลัวนู้นกลัวนี่ ถ้าอย่างงั้น ถ้าอย่างงี้
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ตามประสบการณ์ของผมส่วนตัวมันจะมาคู่กัน เริ่มตื่นเต้นเมื่อไหร่ไอความกังวลมันจะชอบขี่รถตีคู่มาด้วย ทีนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราจะควบคุมไอความกังวลนี้ยังไง คำตอบดีที่สุดคงไม่มี และไม่มีทางมีเลยครับ เพราะแต่ละคนมีการจัดการที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นไม่เหมือนกัน และเรื่องนี้สอนกันไม่ได้จริงๆ ได้แค่แนะนำประสบการณ์ตรงไปแล้วลองเอาไปปรับใช้
เช่นของผมคือ คุยกับตัวเองครับ แบบใช้สติคุยกับตัวเองว่า นี่เราตื่นเต้นใช่ไหม แล้วกดดันหรือกังวลไหม ถ้าใช่ก็แค่ยอมรับกับตัวเองไป แล้วก็พยายามช่างแม่งเอา อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด อันนี้สำคัญมากๆ
หรือถ้ามันหยุดคิดไม่ได้ก็ฝึกคิดมันไปเลย แต่ก่อนผมฝึกบ่อยมาก จินตนาการถึงวันแข่ง เริ่มตั้งแต่เดินไปสระแข่ง จนไปวอร์ม จนเปลี่ยนชุดแข่ง เดินไปรายงานตัวยังไง บรรยากาศวันแข่งเป็นไง ตอนอยู่หลังแท่นออกตัวเป็นไง รู้สึกยังไงตอนนั้น ขั้นตอนการโดดเป็นยังไงบ้าง ละเอียดขนาดการโดดผมนึกถึงขั้น กระชากแท่นจากการใช้ Lat ตามด้วยถีบขาหลังเน้นๆ ตามด้วยดึงแขนกลับพร้อมถีบขาหน้า อะไรอย่างงั้นเลยครับ ว่ายแขนแรกยันแขนสุดท้ายต้องทำอะไรบ้าง บางทีจับเวลาตัวเองโดยว่ายในหัวก็บ่อย พอเราอยู่กับมันบ่อยๆ พอวันแข่งจริงก็ตื่นเต้นอยู่ดีครับ!!!!!!55555
มาถึงคำถามที่สอง คำตอบของผมคือ เราไม่จำเป็นต้องนึกถึงการยอมรับถึงผลลัพธ์อะไรทั้งนั้นครับ มันอนาคต ผลจะเป็นยังไงเป็นเรื่องอนาคต อยู่กับปัจจุบัน เราแค่ออกไปทำให้ดีที่สุด ในวิธีของเราให้ดีที่สุด นักกีฬาบางคนคิดเยอะๆ มีสติเยอะถึงทำออกมาได้ดี บางคนไม่คิดอะไรเลย ไม่ตื่นเต้นเลย ทำออกมาได้ดีกว่า เราแค่ต้องหาว่าเราเป็นแบบไหนครับ
ซัดให้เต็มที่ ถ้าระยะสั้นอันนี้ตามที่เพิ่งบอกไป ไปหาเอง แต่ถ้าระยะไกลเช่นวิ่งมาราธอน หรือแข่ง Ironman อันนี้ต้องทำตามแผนครับ ต้องพึ่งสติมากๆ เพราะมันมีเรื่องการจัดการเติมพลังงาน การคุมความหนักความเบาอยู่ ทุกอย่างล้วนมาจากการไปตามแผน + พลังใจอันเปี่ยมล้น
ถ้าท่านไหนมีวิธีการจัดการดีดีมาแชร์กันได้นะครับ
Enjoy ครับทุกคน
เคน ปภังกร อิงคนนท์
19/06/2026
KenyCrew
18/06/2026
💧คุณรู้จักเหงื่อของตัวเองดีแค่ไหน?
Sweat Concentration Test จะทำให้คุณ รู้ ปริมาณ Sodium (หน่วยเป็น milligram) ที่สูญเสียไปในเหงื่อ 1 ลิตร
และคุณสามารถนำตัวเลขนี้ไปใช้เพื่อการเติมโซเดียมที่แม่นยำ และ เลิกกะประมาณ
ขั้นตอนการทดสอบความเข้มข้นของเหงื่อ (Non-Exercise Sweat Concentration Test)
✅ ทดสอบที่ไหนก็ได้ที่มี Wifi, โต๊ะวาง Laptop และ ที่เสียบปลั๊กไฟ
✅ ใช้เวลาทดสอบ 40-50 นาที
✅ ไม่ต้องมีการออกกำลังกายใดๆทั้งสิ้น
❌ไม่แนะนำให้ ผู้ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจเข้ารับการทดสอบ
เราคือ ศูนย์การทดสอบเหงื่อ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Precision Fuel & Hydration 🇬🇧
ติดต่อเราได้ที่ LINE ID :
ดูรายละเอียดที่ https://tc-triathlon.com/Sweat-Expert/sweattest/
17/06/2026
เรื่องเค็มๆของโซเดียม และ Sweat Test ของ Precision Fuel & Hydration
เมื่อวานหลังจากลงเรื่อง Race Note หลายคนคงทราบว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกที่จะลงแข่งขันแบบไปเรื่อยๆมากกว่าดัน Performance แบบเมื่อก่อนคือเรื่องอาการปวดหัวไมเกรน
เมื่อวานทางโปรปูนก็ได้หลังไมค์มา และได้พูดคุยกันว่าโปรปูน P**n Chaiboriphan ก็เคยมีปัญหานี้ และแนะนำให้ไปทำ Sodium Test (Sweat Test) ที่ใช้อุปกรณ์ของ Precision Fuel & Hydration กับทางโค้ชเก่ง TCtriathlon ดู
มาว่ากันที่เรื่องของโซเดียมก่อน ผมว่าถ้าใครออกกำลังกายสาย Endurance น่าจะรู้จักกัน และทุกคนเข้าใจว่ามันคือเกลือ จริงๆคือ โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบของเกลือครับ แค่เกลือมันมีโซเดียมอยู่มาก
ในนักกีฬาแบบเราๆ มักจะมีข้อแนะนำว่าออกกำลังกายต้องเติมโซเดียม เพราะจะช่วยป้องกันตะคริวบ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จริงๆแล้วหน้าที่ของมันสำคัญมาก คือรักษาสมดุลย์ของน้ำในเซลส์ ความดันโลหิต รวมถึงระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีโซเดียมมากเกินไปก็เป็นผลเสีย ทั้งความดันสูง ไตทำงานหนัก
ในการออกกำลังกายในภาวะที่ร้อนจัดมากๆ ร่างกายจะสูญเสีย"ปริมาณ" และ "สัดส่วน" โซเดียม แน่นอนคือทางเหงื่อ แต่อีกจุดที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ การดื่มแต่น้ำอย่างเดียว หรือดื่มมากเกินไปก็จะทำให้ความเข้มข้นของโซเดียมในเลือดตกเช่นกัน และจะทำให้เกิดภาวะ Hyponatremia ซึ่งจะมีอาการหลายอย่าง เช่น ล้า ไม่สามารถรักษาความหนักในการออกกำลังกาย ตะคริว รวมถึงปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน เพราะเซลส์สมองบวมน้ำจนเกิดความดัน
จริงๆเรื่องนี้ผมพอรู้อยู่แล้ว และโดยปกติแล้วผมจะมีติดเกลือแคปซูล หรือเกลือเม็ดสำเร็จรูปไว้ระหว่างแข่งอยู่แล้ว แต่การกินนั้นทุกวันนี้คือ "มั่ว" เพราะไม่เคยคิดนั่งคำนวนว่าต้องกินเท่าไหร่ แต่คิดเอาเองว่าก็พอแหละ กินมากเดี๋ยวโรคไตถามหา แล้วรายการร้อนๆในไทยก็เพิ่งได้กลับมาแข่ง ไปแข่ง ironman สนามเย็นๆ อาการปวดหัวก็น้อยมาก อาจมีแค่เวียนๆ
พอได้คุยกับโปรปูนเมื่อวานซึ่งก็เคยไป test ปรากฎว่าผลออกมาคือต้องเติมโซเดียมเยอะกว่าที่คิด และหลังจากได้แผนการเติมโซเดียมไปใช้จริง ก็ทำให้อาการดีขึ้น ผมเลยติดต่อโค้ชเก่งเพื่อนัดทำการทดสอบเรียบร้อย
ผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับว่ามันจะแก้ปัญหาได้ไหม เพราะเรื่องปวดหัวไมเกรนเนี่ย ชีวิตประจำวันผมก็เป็นบ่อยๆ มันอาจจะมาจากเรื่องอื่นก็ได้ แต่ถือว่าได้เรียนรู้ ได้ลองดู ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แถมเอาจริงๆเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนออกกำลังกายในเขตร้อนแบบบ้านเรา และถ้าเกิดมันสามารถแก้ปัญหาเรื่องปวดหัวให้ผมได้ มันก็จะช่วยปลดล๊อคผม และอาจทำให้ผมอยากกลับมาแข่งไตรกีฬาแบบเน้น Performance มากขึ้นก็ได้นะ ยิ่งถ้าเกิดสมมติ Ironman เชียงรายเกิดขึ้น แม้ว่างานจะจัดในช่วงอากาศที่ดี แต่แดด และความร้อนของภาคเหนือช่วงกลางวันก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ไว้ test แล้วมาเหลาให้ฟังนะครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |