O2O Forum
@ผู้ติดตาม เวทีผู้นำความยั่งยืน ด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2568 (ภาษาไทย) จัดโดย AFMA (UN, FAO) และ Sustainism Initiatives (stnsm.org) องค์การระหว่างประเทศ ระดับรัฐบาล ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม
ขอขอบคุณ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่ร่วมขับเคลื่อนกับ O2OESG
ต้องการเข้าร่วมเพื่อนำเสนอผลงานด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ
สำหรับประเทศไทย โปรดติดต่อ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ (O2OESG)
+66970344225
หรือ [email protected]
10/03/2025
@ผู้ติดตาม การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจะมีบทบาทและสำคัญมากขึ้น พวกเราและ ขอสนับสนุนทุกองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืนครับ บรรถไฟฟ้า BTS ครับ
สำหรับบริษัทมหาชนฯ ที่ต้องการเข้าร่วม โปรดติดต่อ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ ที่เบอร์ 0970344225 ครับ
O2O Forum
25/02/2025
ครั้งแรก!!! ของการชวนกันมาคุยเรื่องความยั่งยืนทางธุรกิจ ในมิติของ ESG ระหว่าง Trick of the Trade กับ O2O Forum พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนองค์กรธุรกิจสู่ความยั่งยืน พบกันนะครับ ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ คุยกันสั้นๆ ครึ่งชั่วโมง เริ่ม 11.00 น. ครับ
@ผู้ติดตาม ขอบคุณครับ
02/02/2025
ลำบากแล้ว!!
ถ้าองค์กรยังตีความว่า ความยั่งยืน "Sustainability" คือ เรื่องการปล่อยคาร์บอน เช่น ต้นไม้ต้องเยอะขึ้น โรงงานต้องปล่อย CO₂ ให้น้อยลง ขับรถ EV คือทางรอดของโลก ถูก!! แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องนี้
อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
ย้ำ!! ESG ไม่ใช่เพียงเรื่องคาร์บอน
ผู้นำประเทศมหาอำนาจบางคนพยายามแสดงท่าทีว่า "เรื่องคาร์บอนไม่สำคัญเท่าธุรกิจน้ำมัน" เหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปยังทั่วโลกว่า "เราไม่สนใจเรื่องความยั่งยืนแล้ว"
แต่จริงๆแล้ว!! ในทางกลับกัน
กำแพง ESG ของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา
ไม่เคยลดลงเลย
การกีดกันทางการค้าในระดับนานาชาติ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเรื่องคาร์บอน แต่มาจากเรื่องอื่นที่จับต้องได้มากกว่า เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการทุจริตในธุรกิจ ซึ่งทำให้เห็นชัดว่า ESG มีมากกว่าแค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม
ลองดูตัวอย่างของการคว่ำบาตร หรือ ข้อพิพาททางการค้าระดับโลก ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบริษัทปล่อยคาร์บอนเยอะ แต่เกิดจากเรื่องที่จับต้องได้ เช่น
Marine Mammal Protection Act (MMPA) - สหรัฐอเมริกา
ห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศที่ใช้วิธีทำประมงที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น โลมาและวาฬ มีผลต่ออุตสาหกรรมประมงทั่วโลก เพราะหากประเทศใดไม่มีมาตรการป้องกันสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมในการทำประมง สินค้าจากประเทศนั้นจะถูกแบนจากตลาดสหรัฐฯ
Modern Slavery Act - สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย
บังคับให้บริษัทที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่า ไม่มีการใช้แรงงานทาสหรือแรงงานบังคับ มีผลต่อธุรกิจแฟชั่น อุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าเกษตร ที่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของแรงงาน
EU Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD)
บังคับให้บริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรป ต้องรายงานข้อมูลด้าน ESG อย่างละเอียด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอน แรงงาน และธรรมาภิบาล
ตรงกันข้าม!! บริษัทที่ปล่อยคาร์บอนสูงกลับยังสามารถทำธุรกิจได้ตามปกติ กองทุนระดับโลกหลายแห่งถึงกับถือหุ้นในบริษัทพลังงานฟอสซิล แม้จะมีการประกาศว่าจะเป็น Net Zero ภายในปี 2050 แต่การลงทุนในธุรกิจน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป
ESG ไม่ใช่แค่เรื่อง "สิ่งแวดล้อม"
แต่รวมถึงสิทธิแรงงาน และ ความโปร่งใส
ยิ่งทำงานกับ องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล ที่ทำเรื่องความยั่งยืนสากลมากขึ้น ก็เห็นมิติความเข้าใจผิดของการตีความ ที่นำไปสู่การหลงทาง และ Greenwashing ได้มากขึ้น หวังว่าบทความใดๆหลังจากนี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นแนวทาง ให้เราเข้าใจนิยามคำว่ายั่งยืนได้มากขึ้น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?