AST1
06/05/2025
ผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมการทำงาน ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมหารือการติดตั้งระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ
วันที่ 6 พ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และคณะ ฯ เดินทางตรวจราชการ พร้อมหารือแนวทางในการติดตั้งช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Border Channel: ABC) ร่วมกับ นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต และ นายธนพล กองบุญมา CEO บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด พร้อมคณะ ณ ด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว
เครดิต : ขอบคุณภาพ/ข่าว
#ข่าวai #คลิปติดกระแส #คอนเทนต์ติดกระแส #เทรนด์วันนี้ #คอนเทนต์ #เทรนด์แรงวันนี้ #ไม่พร้อมแก่ #เปิดค่าการมองเห็น
รัสเซีย สั่งปิด 4 สนามบินในมอสโก หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม
วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 Rosaviatsia หน่วยงานกำกับดูแลการบินของรัสเซีย แจ้งผ่าน Telegram ว่าท่าอากาศยานหลักทั้ง 4 แห่งในกรุงมอสโกถูกปิดชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่รัสเซียรัสเซียระบุว่า ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนในช่วงกลางคืนเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
เซอร์เกย์ โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก กล่าวว่า โดรนยูเครนอย่างน้อย 19 ลำถูกยิงตกก่อนที่จะเข้าถึงมอสโก โดยโดรนเหล่านี้บินเข้ามาจากหลายทิศทาง ขณะที่ซากของโดรนบางส่วนตกลงบนถนนสายสำคัญที่มุ่งสู่กรุงมอสโก แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ขณะที่ยูเครนยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ต่อเหตุการณ์นี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ยูเครนได้ทำการโจมตีเข้าไปในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยยูเครนระบุว่าได้โจมตีหน่วยควบคุมโดรนในพื้นที่ใกล้หมู่บ้านเตียตคิโนในแคว้นคูร์สก์เมื่อวันอาทิตย์
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัสเซียรายงานว่าสถานีไฟฟ้าย่อยในเมืองรีลสค์ ของแคว้นคูร์สก์ ถูกโจมตี ทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง โดยมีหม้อแปลงไฟฟ้า 2 เครื่องได้รับความเสียหาย ด้านรักษาการผู้ว่าการแคว้นคูร์สก์กล่าวว่า มีวัยรุ่น 2 คนได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด
บล็อกเกอร์ทหารรัสเซียหลายรายรายงานด้วยว่า กองกำลังยูเครนพยายามข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้าน โดยเมื่อวันจันทร์ บล็อกเกอร์รายหนึ่งรายงานว่า กองกำลังยูเครนได้ยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนและใช้ยานเกราะฝ่าทุ่งทุ่นระเบิดเข้าโจมตี พร้อมระบุว่า ศัตรูได้ระเบิดสะพานในเวลากลางคืน และเปิดฉากโจมตีด้วยหน่วยเกราะในตอนเช้า
ยูเครนออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า “เก้าเดือนหลังจากเริ่มปฏิบัติการในแคว้นคูร์สก์ กองทัพยูเครนยังคงรักษาสถานะทางทหารอยู่ในพื้นที่ของรัสเซีย” อย่างไรก็ดียังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการจากมอสโกในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด
ยูเครนเปิดปฏิบัติการในคูร์สก์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 เพื่อสร้างเขตกันชนและป้องกันเมืองซูมีที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านเตียตคิโนราว 12 กิโลเมตร รวมถึงหวังใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจาในอนาคต
เหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียอ้างเมื่อเดือนเมษายนว่า สามารถกลับมาควบคุมแคว้นคูร์สก์ทั้งหมดได้อีกครั้ง หลังจากที่ยูเครนเปิดฉากโจมตีอย่างไม่คาดคิดในเดือนสิงหาคม 2024 โดยยูเครนยังยืนยันตลอดมาว่ากองกำลังของตนยังคงปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ของรัสเซีย
เครดิต : ขอบคุณภาพ/ข่าว
#ข่าวai #คลิปติดกระแส #คอนเทนต์ติดกระแส #เทรนด์วันนี้ #คอนเทนต์ #เทรนด์แรงวันนี้ #ไม่พร้อมแก่ #เปิดค่าการมองเห็น
สลด!! สยบพ่อคลั่งยา ไล่ฟันแม่และลูกชายเหตุไม่พอใจไม่ให้ยืมจยย. ตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง
วันที่ 5 พ.ค 68 ร.ต.อ.ชาติศิริ จี๋คำวัน รองสว.(สอบสวน)สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา รับแจ้งจากร.ต.ต.สุทธิพงษ์ ใจบุญ ตำรวจตู้บริการประชาชนต.สันโค้ง ว่ามีชายคุ้มคลั่ง อาละวาทไล่ฟันแม่และลูกชายของตัวเอง จึงได้ประสานกำลังกับผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ผช.และผรส. เข้าไประงับเหตุที่บ้าน 115 ม.6 ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา
เมื่อไปถึงพบนายเริงสันต์ ดวงแก้ว อายุ 45 ปี สวมกางเกงขาสั้นไม่สวมเสื้อ กำลังเดินวนเวียนภายในบ้าน จึงนำตัวมาสอบถาม เบื้องต้นทราบว่านายเริงสันต์ ได้เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และได้เสพยาไป 1 เม็ดตั้งแต่เมื่อวานสาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจากไม่พอใจที่ลูกชายและแม่ ไม่ให้ยืมรถมอไซค์ จึงคว้ามีดไล่ฟัน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามลูกชายเล่าว่า จากเหตุการดังกล่าวตามวงจรปิด เมื่อวานตอนเย็นทางพ่อของตนได้มาเอะอะโวยวายเพื่อจะมาเอารถจักรยานยนต์ และบังคับยายให้ไปขายมะม่วง ซึ่งเวลาดังกล่าวเป็นช่วงหัวค่ำ
ยายจึงไม่เอาไปขายให้และได้ตะโกนด่ายายตน จึงตะโกนกลับทางพ่อตนเองจึงย้อนกลับมาเอามะม่วง โยนใส่พร้อมกับจะเข้ามาทำร้ายเพื่อจะต่อยตนเอง จึงหลบและกอดรัดพัดเหวี่ยงเพื่อจะล็อกตัวพ่อจนสงบสติได้
หลังจากนั้นช่วงเช้าทางยายจึงแจ้งตำรวจเข้ามานำตัวไปดำเนินคดีต่อไป
เครดิต : ขอบคุณภาพ/ข่าว
#ข่าวai #คลิปติดกระแส #คอนเทนต์ติดกระแส #เทรนด์วันนี้ #คอนเทนต์ #เทรนด์แรงวันนี้ #ไม่พร้อมแก่ #เปิดค่าการมองเห็น
‘กัน"ตามความคืบหน้าคดี "อดีตผู้ใหญ่บ้านปืนดุ" ลั่น!! ไม่มีสิ่งของใดสำคัญเท่าชีวิตคน
จากกรณี นายมานิตย์ เผือกวัฒนะ อายุ 72 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.สำโรง ชักปืนกระหน่ำยิง นายอำนาท เผือกวัฒนะ อายุ 55 ปี (หลานชาย) และนางสุรินทร์ เผือกวัฒนะ อายุ 50 ปี (หลานสะใภ้) ดับคาบ้าน ย่านสำโรงใต้ ก่อนจะขับรถเก๋งหลบหนีไป ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวเอาไว้แล้ว ที่ จ.ชลบุรี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ หน้าบ้านพักหลังหนึ่งภายในซอยบุญถนอม ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 68
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่สภ.สำโรงใต้ ลูกชายของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้องในครอบครัวประมาณ 10 คน ได้เดินทางมารอพบกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง และเตรียมมอบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ที่ นายมานิตย์ บุกเข้ามายิงผู้เสียชีวิตทั้งสองรายถึงในรั้วบ้าน ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย "กัน จอมพลัง" คุยกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ได้ออกมาเผยกับสื่อว่า คดีคืบหน้าไปมาก หลังจับผู้ก่อเหตุได้ มีการตรวจเขม่าดินปืนไว้เป็นหลักฐาน กำลังรอสอบปากโดยละเอียด อย่างไรก็ตามทราบว่า ลูกชายของผู้เสียชีวิตให้การระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีการเล็งปืนมาที่น้องจะยิงใส่น้องด้วย
"…ผมมองว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว ไม่ใช่อะไรไม่ถูกใจก็ไปเอาชีวิตคนอื่น ไม่มีสิ่งของใดสำคัญเท่าชีวิตคนคนหนึ่ง กำแพงไม่ได้สำคัญไปมากกว่าชีวิตคน ก่อเหตุไปมีแต่เสียกับเสีย…" กัน จอมพลัง กล่าว
ด้าน นายปลั๊ก อายุ 25 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนต้องการให้พี่กันเข้ามาช่วยเพราะไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หลังจากนี้คงจะอยู่บ้านหลังเดิมต่อไป เพราะพ่อแม่สร้างมาให้อยู่ ตนกังวลว่าหลังจากนี้จะเกิดปัญหาซ้ำอีก หากเป็นเช่นนั้นตนคงจะพาย่าไปอยู่ที่อื่น ต้นสายปลายเหตุนั้นตนไม่ทราบ ทราบเพียงว่าทะเลาะกันมานานเป็นสิบปีแล้ว หลัก ๆ คือสองฝั่งนั้นด่ากันไปมา ยอมรับว่าอยากให้ปัญหาจบ มันคาราคาซังมานาน ไม่อยากให้สูญเสียอีก ส่วนทางคดีให้พี่กันคุยเพิ่มเติม
ด้าน นายพิชัย อายุ 59 ปี พี่ชายนางสุรินทร์ ผู้ตายเล่าให้ฟังว่า สามีภรรยาเพิ่งมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุได้แค่หนึ่งคืน ก็เกิดเรื่องขึ้นทั้งที่จริง ๆ แล้วตั้งใจมาทำรั้วกั้น ไม่ให้เห็นฝั่งบ้านคนก่อเหตุ โดยทางครอบครัวแค่เรียกช่างมาคุยว่าจะมีการเจาะ คือแค่คิดกันว่าจะเจาะ แต่ยังไม่ได้เจาะอะไรทั้งนั้น ซึ่งที่ทำรั้วเพราะจะพา "ย่าไฝ" กลับมาอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุหลังดังกล่าว
ไม่ต้องการให้มีเรื่อง อยากให้จบปัญหาไป ส่วนที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะกันตนไม่ทราบเรื่อง เท่าที่รู้ก็ทราบแค่ว่าสองฝ่ายทะเลาะด่าทอกันไปมา นานแล้ว ส่วนนายอำนาจ และนางสุรินทร์ เองไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นและไม่เคยด่าทอใด ๆ ขณะที่ 2 สามีภรรยาที่เสียชีวิตไม่ได้มาอยู่บ้านหลังนี้ เพราะไปทำงานที่ชลบุรีมาเป็น 10 ปีแล้ว
ขณที่ พ.ต.อ ปิยะวัฒน์ พัชรนิตยธรรม ผกก.สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายมานิตย์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากบันดาลโทสะที่ผู้ตายซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายและหลานสะใภ้เรียกช่างมาต่อเติมกำแพงให้สูงขึ้น โดยจะมีการเจาะรูกำแพง เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาไม่พอใจและมีปากเสียงด่าทอกัน ด้านผู้ตายมีการพูดจาท้าทายเกิดขึ้น
จนกระทั่งผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงหลานทั้งสองเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ นอกเหนือแรงจูงใจในวันเกิดเหตุแล้ว ยังมีแรงจูงใจเหตุการณ์ในอดีตที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับ นางพนอ เปรมปรีดิ์ อายุ 80 ปี หรือ ยายไฝ แม่ของ นายอำนาจ สนับสนุนอีกด้วย
หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีไปยังจังหวัดชลบุรี ซึ่งไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด โดยอ้างว่าในอดีตเคยมาเที่ยวที่ชลบุรี และต้องการที่จะตั้งหลัก เช่าโรงแรมนอนสัก 1-2 คืน ก่อนที่จะมอบตัวกับตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ด้วยตนเอง กระทั่งมาถูกจับในที่สุด ทางตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยามฆ่า และ พรบ.อาวุธปืน โดยผู้ต้องหาไม่ประสงค์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ.
เครดิต : ขอบคุณภาพ/ข่าว
#ข่าวai #คลิปติดกระแส #คอนเทนต์ติดกระแส #เทรนด์วันนี้ #คอนเทนต์ #เทรนด์แรงวันนี้ #ไม่พร้อมแก่ #เปิดค่าการมองเห็น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?