House L200

House L200

แชร์

Photos from House L200's post 12/02/2026

L200 market
ขายของกันบ้างนะครับ ใน L200 ที่อออกมากว่า 50 ปี อะไหล่ส่วนต่างๆจะมีสึกหรอเสียหายไปหมดแล้ว ระบบบังคับเลี้ยวอย่าง ลูกหมาก ก็น่าจะไม่เหลือดี
ปีกนกรถยนต์ ลูกหมากรถยนต์ คืออะไร ?
ลูกหมากรถยนต์ทำหน้าที่เป็น "ข้อต่อ" และ "จุดหมุน" สำคัญของระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว ช่วยให้ล้อสามารถเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระ และหมุนซ้าย-ขวาตามการควบคุมพวงมาลัย พร้อมทั้งรับแรงกระแทกจากพื้นถนนเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ ทำให้รถทรงตัวได้ดีและบังคับควบคุมแม่นยำ
ลูกหมากรถยนต์มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ
60,000−100,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 2−3ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่เป็นหลัก หากขับขี่บนถนนขรุขระบ่อยครั้ง ลูกหมากอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ควรหมั่นเช็กช่วงล่างหากมีเสียงดังผิดปกติ
ลูกหมากตรงรุ่นใส่ L200 เฉินหลง ที่ร้านยังมีจำหน่าย ครบครับ สามารถติดตั้งได้ทันที ไม่ต้องดัดแปลง ในสตอคก็จะมี
-ลูกหมากปีกนกบน
-555 ใช้สองตัว ตัวละ 645 บาท
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 888 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 505 บาท
-ลูกหมากปีกนก ล่าง
-555 ใช้สองตัว ตัวละ 790 บาท
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 888 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 648 บาท
-ลูกหมากคันชักนอก
-555 ใช้สองตัว คู่ละ 840 บาท
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 672 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 792 บาท
-ลูกหมากคันชักใน(กลาง)ซ้าย
-555 ใช้สองตัว คู่ละ 1,190 บาท
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 732 บาท
-ลูกหมากคันชักใน(ยาว)ขวา
-555 ใช้สองตัว คู่ละ 1,780 บาท
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 950 บาท
-333 ใช้สองตัว คู่ละ 1,320 บาท
-ลูกหมากคันชักใน ซ้าย
-333 ใช้สองตัว คู่ละ 840 บาท
-ขาไก่ พวงมาลัยซ้าย
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 996 บาท
-ขาไก่ พวงมาลัยขวา
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 1,416 บาท
-คันส่งกลาง
-Jets ใช้สองตัว ตัวละ 2,280 บาท
ลูกหมากเรามีครบทุกตำแหน่งนะครับ ยังไง สอบถามชัดๆได้อีกทีก่อนตัดสินใจสั่งได้ครับ หาอะไหล่มิตซูกระบะ L200 L300 หาที่ซ่อม ที่ทำ ทักแชทมาพูดคุยปรึกษา สั่งของ จองคิวได้เลยครับ ุกหมากเฉินหลง ่L200 ่อมL200

Photos from House L200's post 01/12/2025

L200 market
ใน L200 fortis ปี 1978-1986 บางคนเรียก L200 เฉินหลง ยังมีอะไหล่เหลือมั๊ย จะเอาอะไรล่ะ วันนี้เรามี ลูกหมากมาฝากกันครับ รายการจะมี
-ลูกหมากบน
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 505 บาท
-ลูกหมากล่าง
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 650 บาท
-คันชักนอก
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 795 บาท
-คันชักใน
-333 ใช้สองตัว คู่ละ 1,320 บาท
-คันส่งกลาง
-333 ใช้สองตัว คู่ละ 840 บาท
-กล้องยา
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 1,320 บาท
-ขาไก่
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 770 บาท
มาครบทุกชิ้นนะครับ อะไหล่ยังผลิตออกมาเรื่อยๆ ครับ ไม่ต้องกลัว จะสั่งไปใส่เอง หรือเอามาติดตั้งที่เราก็ได้ นัดหมายคิวมาก่อน พูดคุย ปรึกษา สั่งของ จองคิวซ่อม ทักแชทมาคุยกันก่อนได้ครับ ูกหมากL200 ่อมมิตซูกระบะ ่กระบะมิตซู #งานเครื่องยนต์l200 #งานประกันภัยl200 #งานช่วงล่างl200 #งานตัวถังl200 #งานสีl200 ่l200 ินหลง

Photos from House L200's post 06/11/2025

The legendary of Pajero sport ep.
วันนี้จะมาพูดถึงปัญหาร้ายแรงของมันกันครับ
“ปัญหารถเร่งเองโดยไม่ตั้งใจ”
บทความหลัก: อุบัติเหตุรถยนต์มิตซูบิชิ มอนเตโร สปอร์ต
ในปี 2011 เจ้าของมิตซูบิชิ มอนเตโร สปอร์ต ในฟิลิปปินส์ รายงานว่ารถของตนเองเกิดอาการเร่งเครื่องเองอย่างกะทันหัน ต่อมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟิลิปปินส์ ได้ชี้แจงว่าบริษัทได้ทำการทดสอบระบบไฟฟ้าของรถและไม่พบปัญหาใด ๆ นอกจากนี้ยังระบุอีกว่าอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของผู้ขับมากกว่า
เจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว วางแผนที่จะยื่นฟ้องร้องบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟิลิปปินส์ เป็นคดีโจทก์ ต่อมากระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุและข้อร้องเรียนตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2015 โดยจะมีการเสนอให้มีการเรียกคืนรถ หรือยกเลิกการจำหน่ายมอนเตโร สปอร์ต ในประเทศฟิลิปปินส์ทั้งหมด
ตอนหน้า ขึ้นรุ่นใหม่กันนะครับ หาอะไหล่ปาเจโร่สปอร์ต หาที่ซ่อมบำรุง เช็คระยะ ปาเจโร่สปอร์ต สั่งของ จองคิวทำรถ พูดคุย ปรึกษา ทักแชทมาคุยกันได้เลยครับ ่ปาเจโร่สปอร์ต ่อมมิตซูกระบะ #งานเครื่องยนต์l200 #งานประกันภัยl200 #งานช่วงล่างl200 #งานตัวถังl200 #งานสีl200 ่มิตซูกระบะ #ซ่อมปาเจโร่สปอร์ต

Photos from House L200's post 06/11/2025

The legendary of Forte L200 ep.9
“MITSUBISHI L200 (FORTE) : The Completed History : ต้นกำเนิดตำนาน “เฉินหลง”ตอนที่9
หลังจากเล่าเรื่อง สเปคออสเตรเลียไปในตอนที่แล้ว วันนี้ใกล้ตัว เรามาดู สเปคไทยกันนะครับ
THAI Version : Mitsubishi L200 / L200 Slender , L200 Power X , L200 Astron
สำหรับในเมืองไทย สิทธิผล มอเตอร์ส (Sitthipol Motor) ตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ Mitsubishi จากญี่ปุ่น ในยุคนั้น เริ่มนำรถกระบะ L200 มาขึ้นสายการประกอบเป็นครั้งแรก ณ โรงงานของ บริษัท สหพัฒนายานยนต์ จำกัด (UDMI) ย่านลาดกระบัง (ก่อตั้งเมื่อ 6 ตุลาคม 1964) การประกอบรถกระบะ L200 ในโรงงานแห่งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อปี 1981
ช่วงแรก มีให้เลือกเพียงแค่รุ่นเดียว เป็น L200 กระบะมาตรฐาน ช่วงยาว วางขุมพลัง 4G32 เบนซิน 4 สูบ SOHC 1,587 ซีซี 92 แรงม้า (PS) ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.0 กก.-ม.ที่ 3,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหลังด้วย เกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ KM130 รายละเอียดทางเทคนิคเหมือนกับ Mitsubishi Forte ในญี่ปุ่น ทุกประการ ราคาขายในเมืองไทย อยู่ที่ 118,000 บาท
ต่อมาในปี 1982 จึงปรับโฉม เปลี่ยนด้านหน้าเป็นแบบไฟสี่เหลี่ยมคู่ ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมกับเพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วย เครื่องยนต์ Diesel รหัส 4D55 บล็อก 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 2,346 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 91.1 x 90.0 มิลลิเมตร กำลังอัด 21.0:1 ปั้มเชื้อเพลิงแบบ Rotary พร้อมเพลาถ่วงดุล “Silent Shaft”67 แรงม้า (PS DIN) ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.0 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ Syncromesh รุ่น KM132 เปิดตัวตามออกมา เพื่อทำตลาดควบคู่กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน
ปี 1983 เพิ่มรุ่นกระบะช่วงยาว ซึ่งมีความยาวตัวถังเพิ่มขึ้นจาก 4,690 เป็น 4,945 มิลลิเมตร เพิ่มความยาวกระบะหลังจาก 2,030 เป็น 2,285 มิลลิเมตร ซึ่งส่งผลให้ ระยะฐานล้อ ยาวขึ้นตามไปด้วย จาก 2,780 เป็น 3,035 มิลลิเมตร โดยยังคงรักษาความกว้างของตัวถัง 1,650 มิลลิเมตร และความสูง 1,560 มิลลิเมตร ไว้ตามเดิม
พร้อมกันนี้ ยังมีการ Upgrade เครื่องยนต์ 4D55 Diesel 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 2,346 ซีซี ให้แรงขึ้นเป็น 74 แรงม้า (PS) ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม.ที่ 2,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ KM132 ตามเดิม
ปี 1984 เปิดตัว รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยแนวคิดใหม่ สร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้ผลิตรถกระบะรายแรกในเมืองไทย ที่มีงานออกแบบด้านหน้า ให้ผู้บริโภคได้เลือกพร้อมกันถึง 2 รูปแบบ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในขณะนั้น ในชื่อ L200 Slender และ L200 Power X แถมยังสร้างความฮือฮา ด้วยการดึงสุดยอดดารานักแสดงชื่อดังจากฮ่องกงอย่าง “เฉิน หลง” หรือ Jackie Chan มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาทั้งโทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์ อีกด้วย!
รุ่นมาตรฐาน ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น L200 Power-X เปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าแบบ American เพิ่มแถบคิ้วโครเมียม เหนือชุดไฟหน้า เพิ่มพนักศีรษะฝั่งคนขับ เพิ่มสติกเกอร์ Power X ที่ปลายกระบะหลัง มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 4D55 Diesel 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 2,346 ซีซี 74 แรงม้า (PS) และ รุ่น 4G32 เบนซิน 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 1,597 ซีซี 92 แรงม้า (PS) ซึ่งมีทั้งแบบมาตรฐาน และแบบติดตั้งระบบแก็ส LPG จากโรงงานมาให้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ส่วนรุ่น L200 Slender ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เป็นการนำชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าของ Mitsubishi Galant Sigma รุ่นหน้าเฉียง และรุ่นพิเศษ “Sarajevo Limited Edition” ฉลองการเป็นผู้สนับสนุนของกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาว ณ เมือง Sarajevo มาติดตั้งให้กับ L200 และเพิ่มสติกเกอร์ Slender มาให้ที่ปลายกระบะหลัง มีให้เลือกเฉพาะรุ่น เครื่องยนต์ 4D55 Diesel 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 2,346 ซีซี 74 แรงม้า (PS) เท่านั้น รุ่น Slender ทำตลาดในจำนวนจำกัด เพียงประมาณ 1 ปีครึ่ง จนถึงปี 1985 ก็ยุติการผลิต
ปี 1985 มีการปรับโฉมอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ เป็นแบบโครเมียม ย้ายสัญลักษณ์ Mitsubishi ไปไว้ด้านบนฝั่งขวา เมื่อมองจากด้านหน้า (หรือฝั่งซ้ายของตัวรถ) เพิ่มตัวกันกระแทก สีดำที่กันชนหน้า เพิ่มสติกเกอร์คาดข้างตัวถังลายใหม่ นอกนั้น เหมือนเดิม

เรื่องน่าแปลกก็คือ ภาพหน้าปก Catalog ข้างบนนี้ แท้จริงแล้ว เป็นภาพสเก็ตช์ของ Mitsubishi L200 Cyclone รุ่นต่อไป แต่ตอนนั้น ดูเหมือนว่า ทางทีมโฆษณา คงพยายามจะสื่อสารเรื่องความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีของ Mitsubishi ก็เลยนำภาพนี้มาประกอบหน้าปกแค็ตตาล็อกไป โดยลืมนึกไปว่า นี่คือการเปิดเผยถึงรูปทรงของรถกระบะรุ่นใหม่ L200 Cyclone ที่จะเปิดตัวในเมืองไทย ในอีก 1-2 ปีต่อมา!!!
ช่วงต้นปี 1986 ขุมพลัง 4D55 Diesel 2,300 ซีซี ถูกยกเลิกการผลิต แล้วแทนที่ด้วย เครื่องยนต์ใหม่ 4D56 Diesel 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว 2,477 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 91.1 x 95.0 มิลลิเมตร กำลังอัด 21.0 : 1 กำลังสูงสุด 81 แรงม้า (PS) ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที

ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ Sittipol Motor ก็เลยสั่งปรับโฉม Minorchange ให้ L200 กันอีกครั้ง โดยรุ่น Diesel 2.5 ลิตร จะเปลี่ยนกลับไปใช้กระจังหน้าของรุ่น Power X แต่ชุบโครเมียมทั้งชิ้น เปลี่ยนตำแหน่งโลโก้ Mitsubishi จากฝั่งซ้ายของตัวรถ กลับมาไว้ตรงกลางแทน และเปลี่ยนลายสติกเกอร์คาดข้างตัวรถแบบใหม่ ลาย 2.5 D ส่วนรุ่นเบนซิน ที่ปรับเปลี่ยนกระจังหน้าแล้ว ยังคงทำตลาดอยู่เป็นปีสุดท้าย
ปีนั้นเป็นปีที่น่าแปลกว่า Sittipol Motor เลือกทำ Brochure แบบแผ่นเดียว ด้วยกระดาษขาวดำ แทนที่จะพิมพ์ 4 สี เหมือนตามปกติ เพื่อหวังจะลดต้นทุน แต่สุดท้าย พวกเขาก็กลับมาทำ Catalog แบบ 4 สี ในช่วงหลังจากนั้น ทั้ง 2 รุ่นนี้ ออกขายในช่วงสั้นๆ ตลอดปี 1986
เรื่องของสเปคไทยยังไม่จบนะครับ ตอนหน้ามาลุยกันต่อ หาอะไหล่กระบะมิตซูบิชิ หาที่ซ่อมกระบะมิตซู สั่งของ จองคิว พูดคุยสอบถาม แชทมาคุยกันได้เลยครับ ่มิตซูกระบะ ่อมมิตซูกระบะ ินหลง #งานตัวถังL200 #งานสีL200 #งานประกันภัยL200 #งานเครื่องยนต์L200 #งานช่วงล่างL200

Photos from House L200's post 07/10/2025
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการรถยนต์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00